ฟังรายการสดคลิกเลือกแบนเนอร์ใต้ข้อความนี้
chumchonradio
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
เว็บน่าสนใจ
ไหว้พระทั่วประเทศ
คนรักสุนทราภรณ์
mediamonitor
ผอ.ทนงศักดิ์
ฐากร
ภาพทิวทัศน์สวยมาก ๆ
เรียนถ่ายภาพ
แปลภาษา
สูตรอาหาร
สุภิญญา
ทำผังรายการ กสทช
อยากกินอะไรแตะดูสูตรได้เลย
พัณธวณิช
แผนที่ประเทศไทย
เช็คจากรหัสสถานี
เรื่องบัญชี
สัมพันธ์รักษ์ของนักเพลง
คุยกับหมอศิริราช
การติดต่อสื่อสาร
ตรวจเช็คพัสดุที่ส่ง
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
หารหัสไปรษณีย์
เพื่อทำเว็บ
เทียบเวลาทั่วโลก
โค้ดเวลาและนาฬิกา
โค้ดทุกอย่าง
เข้าทำเว็บ
สอนลูกเล่นแต่งเว็บ
รวมภาพเพื่อแต่งเว็บ
โค้ดฟรี
รวม Link
ภาพประกอบเว็บ
รวมภาพเคลื่อนไหว
สีต่าง ๆ
คลังรูปภาพ
ฟังรายการ
sms
ป้ายเชียงใหม่
ป้ายนครราชสีมา
แปลง PDF เป็น JPG
twitter
08.00-10.00 น. เสือแม่ลูก
ต่อ PDF
ป้ายภูเก็ต

เบญจมินทร์

เบญจมินทร์

เบญจมินทร์เป็นนักร้อง นักแต่งเพลงรุ่นเก่าชื่อดังที่ได้รับฉายาว่า " ราชาเพลงรำวง" ในยุคที่วงการลูกทุ่งเพิ่งจะบุกเบิก นอกจากนั้นก็เคยสร้างและกำกับภาพยนตร์ เขียนบทละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมทั้งร่วมในการแสดงภาพยนตร์ด้วย ในวงการเพลง เบญจมินทร์ เป็นที่รู้จักอย่างมากจากเพลงรำวง อย่าง "เมขลาล่อแก้ว" ,"รำวงแจกหมวก" ," แมมโบ้จัมโบ้ " ," อึกทึก " , "มะโนราห์ 1-2 " , " สาลิกาน้อย " , "รำวงฮาวาย" ," รำเต้ย" ,"อายจัง" และอีกมากมาย ส่วนเพลงลูกทุ่ง เบญจมินทร์ ก็โด่งดังจากเพลงแนวแนวเกาหลีอีกมากมายหลายเพลง เบญจมินทร์คือต้นฉบับแนวเสียงของ สุรพล สมบัติเจริญเจ้าของฉายา ราชาเพลงลูกทุ่ง และเบญจมินทร์ ยังถือได้ว่าเป็นคนเปิดศักราชของลูกทุ่งอีสาน และคนอีสานในวงการเพลงลูกทุ่งของเมืองไทย

ครูเบญจมินทร์ ผู้ที่ถูกขนานนามว่า " ราชาเพลงรำวง " ทำไม " เบญจมินทร์ " จึงได้รับขนานนามว่า "ราชาเพลงรำวง" เมื่อ 60 ปี ที่แล้ว คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 เพลงของครูเบญจมินทร์ ส่วนมากเป็นเพลง จังหวะรำวงแทบทั้งสิ้นเช่นเพลง โดยเฉพาะในช่วงกำลังรุ่งโรจน์ ระหว่าง พ.ศ. 2490-2495 แต่งเพลงอะไรออกมาก็จะได้รับความนิยม ส่วนมากเพลงจะสอดแทรกด้วยอารมณ์ขัน อย่างเช่น เพลง "ไปเสียได้ก็ดี" ซึ่งบันทึกเสียงเมื่อปี 2495

 ประวัติ

เบญจมินทร์ มีชื่อจริงว่า " ตุ้มทอง โชคชนะ " (ในช่วงหลังเปลี่ยนมาเป็น " คนชม " เกิดเมื่อ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2464 ที่ จ.อุบลราชธานีเป็นบุตรสิบเอก บุญชู และนางคูณ โชคชนะ ผู้เป็นแม่นั้นเป็นชาวลาวเวียงจันทน์ นับถือศาสนาคริสต์ และทำหน้าที่ต้นเสียงการขับร้องในโบสถ์ ทำให้เบญจมินทร์ได้รับมรดกด้านการร้องเพลงมาจากผู้เป็นแม่ และเขาเองก็ชื่นชอบการร้องเพลงอย่างมากด้วย

เบญจมินทร์จบการศึกษาชั้นมัธยมบริบูรณ์จากโรงเรียนเบญจมมหาราชที่บ้านเกิด ซึ่งต่อมา เขาก็ได้นำชื่อโรงเรียนมาดัดแปลงเป็นชื่อในวงการบันเทิงของเขา สมัยที่ศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่นี่ เบญจมินทร์ ชื่นชอบวิชาภาษาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนอย่างมาก ระหว่างนั้น เขาเริ่มศึกษาเรื่องการแต่งเพลงโดยศึกษาจากผลงานของครูเพลงอย่าง"พราหมณ์" ,"นารถ ถาวรบุต" ,"พุฒ นันทพล" , "จำรัส รวยนิรันทร์" และ"มานิต เสนะวีนิน" โดยการนำเนื้อเพลงมาอ่านท่อง จนเกิดความรู้เรื่องการสัมผัสคำ อักขระ พยัญชนะ วรรคตอน โดยไม่มีครูที่ไหนมาสอน

หลังจบการศึกษา เบญจมินทร์สมัครเป็นตำรวจ และได้รับยศเป็นพลตำรวจ แต่ก็เป็นอยู่ได้แค่ปีเดียวก็ลาออก และเข้ากรุงเทพฯ ในปี 2480 ก่อนจะสมัครเป็นครูเทศบาล ได้สอนชั้นประถมปีที่ 3 ที่โรงเรียนแถบปทุมวัน เขาเป็นครูอยู่ 2 ปี ก็อพยพมาอยู่นครนายก แต่ต่อมาก็ย้ายกลับเมืองหลวงอีกครั้ง และทำงานหลากหลาย ทั้งครู นักหนังสือพิมพ์ พนักงานที่ดิน พนักงานเทศบาล

 เข้าวงการ

เบญจมินทร์ ทำงานกับหนังสือพิมพ์ไทยใหม่ รุ่นเดียวกับ อิศรา อมันตกุล ต่อมาย้ายมาอยู่ หนังสือพิมพ์เอกราช และเมื่อมีการสังสรรค์หลังเลิกงาน เขาก็หาโอกาสแสดงความสามารถด้านการร้องเพลงและแต่งเพลง(ในวงเหล้า)จน อิงอร หรือ ศักดิ์เกษม หุตาคม เห็นแวว จึงชวนมาร้องเพลงสลับฉากในละครที่เขาทำ เบญจมินทร์ ได้ร้องเพลงสลับฉากในเรื่อง " ดัชนีไฉไล " เป็นเรื่องแรก (บางตำราบอกว่าเขาร้องเพลงแรกในชีวิต ชือเพลง "ชายฝั่งโขง" ประพันธ์โดย "จำัรัส รวย นิรันดร์ )"จากนั้นเขาก็ร้องเพลงเรื่อยมา เบญจมินทร์เริ่มเป็นที่รู้จัก และชื่นชอบของแฟนเพลงจากเพลง " ชายฝั่งโขง" ขณะที่ร้องอยู่กับวงดนตรีดุริยโยธิน แต่มาโด่งดังสุดขีดหลังจากหันมาร้องเพลงรำวงอย่างจริงจัง เขาจึงจับแนวเพลงประเภทนี้มาตลอด จนถึงยุคที่เพลงรำวงเสื่อมความนิยม และถูกเพลงลูกทุ่งเข้ามาแทนที่ นักร้องคนอื่นๆหันไปร้องเพลงลูกทุ่งกันหมด เบญจมินทร์ ก็ยังคงร้องเพลงรำวงอยู่เช่นเดิม

 แต่งเพลง

ก่อนเข้ากรุงเทพฯ เบญจมินทร์หลงไหลเพลงรำวง - รำโทนอย่างมาก ทั้งยังเคยเข้าร่วมร้องเพลงในวงรำวง - รำโทนแถวบ้านด้วย ทำให้เขาเชี่ยวชาญเรื่องบทเพลงทำนองนี้อย่างมาก เมื่อได้รับการติดต่อจากบริษัทแผ่นเสียง เขาจึงนำความเชี่ยวชาญนี้มาใช้อย่างจริงจัง

เบญจมินทร์ บอกว่า การแต่งเพลงของเขาได้รับอิทธิพลมาจาก " พรานบูรพ์ " (จวงจันทร์ จันทรคณา) ที่เขาชื่นชอบอย่างมาก

เพลงแรกที่เขาแต่งอย่างเป็นจริงเป็นจังมีชื่อว่า " กล่อมขวัญใจ " แต่ไม่ได้ถูกนำไปบันทึกเสียง หากแต่หลังแต่งเสร็จ เขานำไปร้องกล่อมเด็กข้างบ้านให้นอน

เบญจมินทร์หันมาแต่งเพลงอย่างจริงจังราวปี 2488 ซึ่งช่วงนั้น รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงครามให้การสนับสนุนเพลงรำวง - รำโทนอย่างมาก เพลงที่เขาแต่งจึงเป็นเพลงรำวง โดยชุดแรกมีอยู่ 10 เพลง หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือเพลง "เมฆขลาล่อแก้ว" ในช่วงแรกเขาแต่งให้กับห้างแผ่นเสียง บริษัท กมลสุโกศล ในสนนราคาเพลงละ 500 บาท เพลงรำวงในยุคแรกๆของเขา ยังใกล้เคียงกับของเดิม คือเป็นเพลงสั้นๆ ประมาณ 2 ท่อน เป็นการหยิบเอามรดกดั้งเดิมของรำโทนอีสานมาปรับปรุงตกแต่งให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

ปี 2491 เมื่อเริ่มมีการบันทึกแผ่นเสียงเพลงรำวง - รำโทน เบญจมินทร์จึงเร่งผลิตผลงานอย่างเอาจริงเอาจัง เขาแต่งเพลงให้ห้างแผ่นเสียงคาเธ่ย์ราว 50 เพลงในสนนราคาเพลงละ 500 บาทในช่วงนี้ เขาได้สร้างแบบฉบับของตัวเองขึ้นมาอย่างโดดเด่น จากเพลงรำวงแบบเดิม ที่มีอยู่ 2 ท่อน เขาก็เพิ่มเป็น 3 - 4 ท่อน รวมทั้งใส่พล็อตเรื่องลงไปในเพลง มีการเพิ่มเครื่องดนตรีลงไป แทนที่จะมีแต่กลองโทนเป็นหลัก และก็ได้รับความนิยมอย่างสูง จน สาหัส บุญหลง (พฤหัส บุญหลง) เพื่อนร่วมคณะละคร ตั้งฉายาให้เขาว่า ราชาเพลงรำวง

จากนั้น เบญจมินทร์ก็มีผลงานตามมาอีกมาก โดยมีทั้งประเภทแต่งเองร้องเอง ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี โดยเพลงดังที่สุดของเขาในยุคนั้นก็คือเพลง " รำเต้ย " ที่ขึ้นต้นว่า " สวยก็จริงนะสาว ขาว ก็จริงนะน้อง....." นอกจากนั้นก็ยังมีเพลงที่แต่งให้คนอื่นร้อง และร้องเพลงของครูเพลงท่านอื่นด้วย

แม้กระทั่งบริษัทอัศวินแผ่นเสียงและการละคร ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์ เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ก็ยังรับสั่งให้ช่วยแต่เพลงให้ เป็นความปราบปล้มของเบญจมินทร์อย่าง

 เป็นทหาร - บุกแดนอารีดัง

ตอนที่ร้องเพลงสลับฉาก โชคชะตาทำให้เขาได้เจอกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อเขาไปร่วมในงานวันเกิดของท่าน และเพราะความเมาประกอบกับน้ำเสียงในการร้องเพลง ทำให้จอมพลเกิดถูกชะตา และรับเขาเข้าเป็นทหาร ต่อมาเขาก็ตัดสินใจสมัครไปสมรภูมิเกาหลีตามคำชวนของนายทหารกองดุริยางค์ทหารในปี 2499 เบญจมินทร์ไปอยู่ที่เกาหลีนาน 6 เดือน เมื่อกลับมา เขาก็แต่งเพลงเกี่ยวกับเกาหลีมากมายหลายเพลง ทั้ง " อารีดัง " , " เสียงครวญจากเกาหลี " " รักแท้จากหนุ่มไทย " และ "เกาหลีแห่งความหลัง" ซึ่งต่างก็ได้รับความนิยมสูงสุด เบญจมินทร์รับราชการทหารอยู่ 5 ปีก็ ลาออกจากกองทัพ

 ปั้น ทูล ทองใจ

นอกจากเพลงรำวงสนุกสนานแล้ว เบญจมินทร์ ยังประพันธ์เพลงช้า หรือเพลงหวานได้ในระดับดีเยี่ยม และในช่วงปี 2499 - 2500 เขาเป็นคนสร้างให้ ทูล ทองใจ โด่งดังทั่วฟ้าเมืองไทยจากเพลงช้าของเขาหลายเพลง เช่น " โปรดเถิดดวงใจ " , "นวลปรางนางหอม " , " ในฝัน " และ " เหนือฝัน "

และด้วยความทรนง อันเป็นนิสัยสำคัญของเขา เมื่อความนิยมในผลงานเพลงของเขาสู้กับนักร้องรุ่นใหม่อย่าง สุรพล สมบัติเจริญไม่ได้ รวมทั้งเกิดกรณีการแต่งเพลงตอบโต้กัน โดยเบญจมินทร์ เขียนเพลง " อย่าเถียงกันเลย " ต่อว่าว่าสุรพลกรณีที่ร้องเพลงตำหนิ ผ่องศรี วรนุช ที่ลาอกจากวงไป และสุรพล ก็แต่งเพลงตอบโต้เขาชื่อ " สิบนิ้วขอขมา " ซึ่งเสียงตอบรับของแฟนเพลงก็หันไปทางสรุพลมากกว่า ดังนั้น เบญจมินทร์ ก็จึงยกกิจการวงดนตรี " เบญจมินทร์และสหาย " ที่เพิ่งตั้งเมื่อปี 2507 ให้กับลูกศิษย์รักคนที่ 2 กุศล กมลสิงห์ เจ้าของฉายา ขุนพลเพลงรำวง และหันหลังให้กับวงการเพลงทันทีโดยไม่แยแส ในปี 2508 ก่อนจะหันไปจับงานบันเทิงสาขาใหม่

 ทำหนัง - ละคร , งานเขียน

เบญจมินทร์หันมาสร้างภาพยนตร์เรื่อง " เสือเฒ่า " , " ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ " และ " แสนงอน " เคยเป็นพระเอกในภาพยนตร์เรื่อง " เพื่อนตาย" และพระรองเรื่อง " สุภาพบุรุษเสือไทย " และเคยเป็นตัวประกอบในเรื่อง " ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น " เคยเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง " ไอ้โต้ง " , " แผลหัวใจ " เขียนบทละครโทรทัศน์เรื่อง " ขุนแผนผจญภัย " นอกจากนี้ก็ยังเคยเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์บ้านเมือง รวมทั้งเขียนเรื่องสั้นอีกหลายเรื่อง

 ชีวิตครอบครัว

เบญจมินทร์ สมรสกับนางทองขาว มีบุตรธิดารวม 5 คน ได้แก่ เบญจมินทร์ , มณเฑียร ,ขวัญทิพย์ , มณฑล และ อาริยา และตลอดชีวิต เขาไม่เคยมีบ้านเป็นของตนเองแม้แต่หลังเดียว จนกระทั่งในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาไปขอเจียดที่ดินเจ้าของที่ดินย่านคลองประปา เจ้าของร้านข้าวแกงที่เขาติดอกติดใจ ปลูกบ้านหลังเล็กๆ บนพื้นที่ขนาด 3 คูณ 4 เมตร เพื่อใช้อาศัยอยู่ตามลำพัง แยกจากครอบครัว แม้ว่าตัวเองจะป่วยเป็นอัมพฤกษ์

ลาลับ

เบญจมินทร์ ทิ้งชีวิตและผลงานมากมายประดับวงการบันเทิงไปเมื่อ 10 มีนาคม พ.ศ. 2537 บนรถแท็กซี่ระหว่างการนำตัวส่งโรงพยาบาลรามาธิบดีแพทย์ระบุว่าเขาเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลว





จำนวนผู้เข้าชมทั้งสิ้น
Web Page Hit Counter
Dell Promotion Codes
 
© 2018 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com